Frankshin Article


ไวรัส...'อีโบลา' ยิ่งนานยิ่งน่ากลัว
ไวรัส...'อีโบลา' ยิ่งนานยิ่งน่ากลัว
ที่มา : มติชนออนไลน์ วันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 07:20:00 น        เมื่อปลายเดือนกันยายน2557ที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดและระบาดวิทยามากกว่า60คนขององค์การอนามัยโลก (ฮู) หน่วยงานด้านการแพทย์ของสหประชาชาติ ซึ่งศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการระบาดและอันตรายของเชื้อไวรัสอีโบลา ที่กำลังระบาดอย่างหนักในอยู่ในพื้นที่แอฟริกาตะวันตกหลายประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและติดเชื้อเป็นจำนวนมากในเวลานี้ แล้วตีพิมพ์เผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยดังกล่าวออกมาในวารสารการแพทย์นิว อิงแลนด์ สาระสำคัญของเนื้อหาบ่งชี้ว่า ไวรัสอีโบลา น่ากลัวมากกว่าภาพเดิมๆ ที่เคยมีรายงานกันออกมามากทีเดียว ในรายงานนำเสนอข้อมูลเชิงสถิติเต็มรูปแบบของการระบาดครั้งนี้ออกมานับตั้งแต่เกิดระบาดอย่างเป็นการเป็นงานในเดือนธันวาคมปีที่แล้วโดยมีพื้นที่ระบาดสำคัญอยู่ในกินีไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ผู้เชี่ยวชาญของฮูบอกว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุระหว่าง 15-44 ปี ชายและหญิงแทบจะเป็นสัดส่วนเท่ากัน ที่สำคัญก็คือ สัดส่วนของการเสียชีวิตต่อจำนวนทั้งหมดของผู้ติดเชื้อนั้น สถิติของฮูแสดงให้เห็นว่ามีสูงกว่าที่เคยประมาณกันไว้ที่ครึ่งต่อครึ่งมากนัก เพราะจากจำนวนเคสผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 70.8 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สัดส่วนการตายก็ลดลงไปไม่เท่าใดนัก คือยังอยู่ที่ระดับ 64.3 เปอร์เซ็นต์ น่าวิตก  
        ยิ่งไปกว่านั้น องค์การอนามัยโลกเตือนว่า ภาพรวมในเชิงระบาดวิทยาของการระบาดครั้งนี้ยังคงดูย่ำแย่ 'ดังนั้น เราจึงอาจต้องเผชิญกับความเป็นไปได้ที่โรคระบาดอันเกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลานี้จะกลายเป็นโรคระบาดประจำท้องถิ่นของแอฟริกาตะวันตกไปในที่สุดอันเป็นแนวโน้มเป็นไปได้ที่ไม่เคยมีใครคาดหมายกันก่อนหน้านี้'รายงานดังกล่าวระบุ และเพราะยังไม่มีมาตรการควบคุมใหม่ใดๆผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงประเมินว่าภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2557นี้ จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นเกินกว่า 200,000 ราย โดยที่จำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจะยังคงทวีจำนวนขึ้นจากหลายร้อยคนต่อสัปดาห์ เป็นหลายพันคนต่อสัปดาห์ในช่วงเวลา 2 เดือนถัดไปนี้ การประเมินขององค์การอนามัยโลกดังกล่าวใกล้เคียงอย่างยิ่งกับการประเมินของ สำนักงานป้องกันโรค (ซีดีซี) ของสหรัฐอเมริกาที่ประเมินเอาไว้ว่า จำนวนผู้ป่วยด้วยเชื้อไวรัสอีโบลาจะเพิ่มขึ้นเป็นระหว่าง 500,000 คน ถึง 1.4 ล้านคน ในเดือนมกราคม 2558 ที่จะถึงนี้
     อีโบลาไวรัส เป็นไวรัสที่กลายพันธุ์ยาก กลายพันธุ์ได้ช้า โดยปกติแล้วเมื่อนานๆ ไป ร่างกายของคนสามารถพัฒนาภูมิคุ้มกันโรคขึ้นมาได้มากขึ้น เมื่อมีคนที่มีภูมิคุ้มกันมากขึ้นเรื่อยๆ ผสมผสานกับมาตรการควบคุมที่เหมาะสม ไวรัสก็จะระบาดจากคนสู่คนได้ยากมากขึ้นตามลำดับ ในที่สุดก็จะหายไป หลงเหลืออยู่เฉพาะในสัตว์พาหะ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นค้างคาวผลไม้เท่านั้น
       อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เกิดขึ้น นักระบาดวิทยาเกรงว่าไวรัสจะยังคงระบาดไปมาในหมู่คนในพื้นที่จำกัด ทำให้ไวรัสมีช่วงชีวิตที่อยู่ในร่างกายคนยาวนานขึ้น และมีโอกาสที่จะกลายพันธุ์ไปในลักษณะที่ทำให้การปราบการระบาดทำได้ยากมากขึ้น แต่ในตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญยังลงความเห็นว่า แม้จะทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าที่เคยระบาดทุกครั้งรวมกัน แต่ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ก็ไม่ได้ระบาดร้ายแรงกว่าหรือทำให้เสียชีวิตมากกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ การระบาดเป็นไปได้อย่างรวดเร็วเป็นเพราะการขาดมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคเท่านั้น ความหวังที่จะยุติการระบาดอยู่ที่วัคซีนซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าหากประชากรในพื้นที่ระบาดได้รับวัคซีนราว50เปอร์เซ็นต์ก็จะสามารถตัดการระบาดลงได้ราวครึ่งหนึ่ง ตอนนี้มีวัคซีนอีโบลาที่อยู่ระหว่างการทดลองหลายตัว แต่ถึงจะผ่านการพิสูจน์ทดลองการผลิตในระดับปริมาณมาก ๆก็ ยังต้องการเวลาอีกนานหลายเดือนเหลือเกิน


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Size : 116.83 KBs
Upload : 2014-10-09 23:16:39
ติชม

กำลังแสดงหน้า 1/0
<<
1
>>

ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

1
คะแนนโหวด
สร้างโดย :


Frankshin
รายละเอียด Share
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
สามัญสัมพันธ์


วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ
เลขที่ 89 ลาดพร้าว101 คลองจั่น บางกะปิ
กรุงเทพฯ10240

Generated 0.031672 sec.