Frankshin Article
นักเขียนนวนิยายแนวสยองขวัญ
‘แอมป์’ เริ่มเขียนนิยายอย่างจริงจังหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย
ซึ่งในตอนนั้นก็ได้เขียนนิยายควบคู่ไปกับงานเขียนบทที่บริษัท เรด ดราม่า ของอาร์เอส โดยในตอนแรกนั้นเริ่มจากการเขียนกลอนวัยรุ่น
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ วันอาทิตย์ 25 มกราคม 2558 เวลา 03:14 น.
สำหรับนักอ่านคอสยองขวัญในยุคนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก ‘ภาคินัย’ นักเขียนนวนิยายแนวสยองขวัญของ โซฟา พับลิชชิ่ง ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักมากมาย ด้วยยอดขายอันดับหนึ่งของสำนักพิมพ์ กับยอดพิมพ์ซ้ำที่มากกว่า 200,000 เล่ม
มีนิยายที่ได้รับการติดต่อซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลและวางจำหน่ายในประเทศไต้หวัน ฮ่องกง และมาเลเซียแล้วกว่า 10 ปก อีกทั้งยังมีผลงานที่ได้รับการติดต่อซื้อลิขสิทธิ์ไปดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์อีกมากมาย
‘ภาคินัย’ หรือ ‘แอมป์’ เริ่มเขียนนิยายอย่างจริงจังหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ซึ่งในตอนนั้นก็ได้เขียนนิยายควบคู่ไปกับงานเขียนบทที่บริษัท เรด ดราม่า ของอาร์เอส โดยในตอนแรกนั้นเริ่มจากการเขียนกลอนวัยรุ่น เรื่องสั้น และบทความ จนเมื่อ คุณต้องตา ตั้งชูวงษ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์อักขระบันเทิงชวนให้มาลองเขียนนิยาย จึงได้ส่งเรื่อง “POST LOVE พัดโบกกับของขวัญ ณ วันรักคืนใจ” ให้พิจารณาและได้ รับการตีพิมพ์เป็นเรื่องแรก จากนั้นก็ได้เดินในเส้นทางสายนักเขียนมาตลอดจนปัจจุบัน
ภาคินัยได้มีผลงานนวนิยายมาแล้วกว่า 40 เล่ม และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่า เป็นนักเขียนนวนิยายแนวสยองขวัญที่มาแรงที่สุดแห่งยุค หากจะพูดถึงผลงานซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดในตอนนี้ นวนิยายชุด ‘7 วันจองเวร’
น่าจะเป็นชื่อที่นักอ่านหลาย ๆ คนต้องคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อนิยายชุดนี้ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์นำไปถ่ายทอดเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์สุดสยองโดย Workpoint Entertainment ซึ่งได้ฉายรอบพรีเมียร์ไปเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2558 และออกอากาศตอนแรกไปเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2558 ทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์
“7 วันจองเวร” ถือเป็นผลงานนิยายชุดลำดับแรกของภาคินัย ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการได้อ่านเรื่องความเชื่อในการเห็นวิญญาณของคนที่เกิดในแต่ละวัน และนำมาพัฒนาเขียนเป็นนิยาย เพราะเชื่อว่าเซ้นส์ในการมองเห็นวิญญาณของคนเราน่าจะสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจได้ ยิ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวด้วยแล้ว
คนก็จะเกิดความสนใจว่าวันที่ตัวเองเกิดจะมีจิตสื่อสารกับอะไร และพออ่านวันของตัวเองแล้วก็จะอยากรู้ของวันอื่น ๆ ต่อไปด้วย สิ่งนี้จึงน่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่นวนิยายชุดนี้ได้ รับการตอบรับเป็นอย่างดี และยังคงมีนักอ่านใหม่ ๆ ให้ความสนใจเพิ่มขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน ความพิเศษของเนื้อเรื่องนั้น
ภาคินัยได้เล่าให้ฟังว่า ซีรีส์ชุด 7 วันจองเวร เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเซ้นส์ในการมองเห็นวิญญาณของคนที่เกิดวันต่าง ๆ แล้วต้องเข้าไปพัวพันกับความตาย โดยแต่ละเล่มจะมีตัวละครหลักและเหตุการณ์ระทึกขวัญแตกต่างกันไป ทว่าทุกเล่มจะมีการเขียนเชื่อมโยงเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างแนบเนียน เป็นสีสันให้คนอ่านรู้สึกสนุกกับการผูกโยงเรื่องราว และลุ้นระทึกไปกับชะตากรรมของตัวละคร
เมื่อได้มองเห็นผลงานของตนเองกลายไปเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์และได้รับความสนใจมากมาย
ภาคินัยรู้สึกดีใจและชื่นชมทีมงานทุกคนที่ตั้งใจถ่
ายทำซีรีส์เรื่องนี้กันอย่างเต็มที่
เขาเชื่อว่างานทุกอย่างจะออกมาดีไม่ใช่จากบทประพันธ์เพียงอย่างเดียว ทางทีมงานทุกคนทุกตำแหน่งทุกหน้าที่ล้วนมีความสำคัญ
และเป็นส่วนที่ทำให้ซีรีส์ “7 วันจองเวร” เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้
นอกจากนี้ยังรู้สึกขอบคุณผู้ที่ให้โอกาสจนนวนิยายชุดนี้เป็นที่รู้จัก และกลายมาเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ออกอากาศอยู่ในขณะนี้
“ต้องขอขอบคุณโซฟาพับลิชชิ่งที่ให้โอกาสได้ทำงานร่วมกัน ขอบคุณพี่จุ๊ก ลัดดาวัลย์ แห่งบริษัท TALENT1 และบริษัท WORKPOINT ที่เห็นค่าของนิยายชุดนี้จนพัฒนามาเป็นซีรีส์โทรทัศน์ครับ” สุดท้ายนี้ภาคินัยได้ฝากถึงผลงาน ‘7 วันจองเวร’ ทั้งในรูปแบบนวนิยายและซีรีส์โทรทัศน์ ซึ่งออกอากาศทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์ เวลา 20.30-21.30 น. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สำหรับแฟนนิยายที่กำลังรอผลงานเล่มใหม่กันอย่างใจจดใจจ่อ ขอ บอกว่าไม่นานเกินรอ เพราะผลงานเล่มถัดไปของภาคินัยคือ นวนิยายหนึ่งในโปรเจคท์ ‘Forward die ความตายส่งต่อ’ ชื่อเรื่องว่า ‘Ticket ตีตั๋วตายโหง’ โดยเป็นเรื่องราวภาคต่อจาก “Theater ตีตั๋วไปตาย” ในชุด 7 วันจองเวรนั่นเอง ใครที่ รอติดตามบทสรุปของฆาตกรที่ยังลอยนวล บอกเลยว่า...พลาดไม่ได้อย่างแน่นอน.
แก้วกล้า
comment น่ายินดีและชื่นชมที่นักเขียนไทยมีผลงานได้พิมพ์ซ้ำจำนวนมากและซื้อลิขสิทธิ์นำไปแปลเป็นภาษาต่าง ๆ วางขายในต่างประเทศ-ครูปวรวรรณ
post on Saturday 7
th
February 2015.
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
Size : 68.06 KBs
Upload : 2015-02-08 03:54:52
ติชม
กำลังแสดงหน้า
1/0
<<
1
>>
ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?
0
คะแนนโหวด
สร้างโดย :
Frankshin
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
สามัญสัมพันธ์
วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ
เลขที่ 89 ลาดพร้าว101 คลองจั่น บางกะปิ
กรุงเทพฯ10240
Generated 0.022006 sec.